ประวัติโรงงานแบตเตอรี่ทหาร



ประวัติความเป็นมา วิสัยทัศน์ ภารกิจของ โรงงานแบตเตอรี่ทหาร ฯ
                   อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ เริ่มขึ้นครั้งแรกในกองทัพเรือตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๓ โดยจัดตั้งกองโรงงานผลิตแบตเตอรี่และสี สังกัดกรมอู่ทหารเรือ ในปี พ.ศ.๒๔๙๑ เพื่อผลิตและซ่อมแบตเตอรี่เรือดำน้ำ นับเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งแรกในประเทศไทย และได้รับอนุมัติให้จัดตั้งโรงงานขึ้นที่ ต.บางนา อ.พระโขนง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานแบตเตอรี่ทหารในปัจจุบัน (โรงงานแบตเตอรี่ทหาร ๕๕๒ ถ.สรรพาวุธ แขวง/เขตบางนา กทม. ๑๐๒๖๐)
                   ปี พ.ศ.๒๔๙๖ ได้เปลี่ยนฐานะเป็น  “โรงงานผลิตแบตเตอรี่น้ำ”  เพื่อปรับปรุงให้เป็นโรงงานขนาดใหญ่เลี้ยงตัวได้ และโอนกิจการจากกรมอู่ทหารเรือมาสังกัดกรมโรงงานทหาร ปัจจุบันคือ กรมการอุตสาหกรรมทหาร  ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
                   ปี พ.ศ.๒๔๙๘ เปลี่ยนฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ และเปลี่ยนชื่อเป็น “องค์การแบตเตอรี่” โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การแบตเตอรี่ พ.ศ.๒๔๙๘ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๑๑ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๑
                         มติคณะรัฐมนตรี เมื่อ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เห็นชอบในหลักการให้ยุบเลิก ฯ โดยในระหว่างการชำระบัญชีให้กระทรวงกลาโหมใช้ที่ดิน ทรัพย์สิน เครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ดำเนินการให้มีการผลิตต่อไปได้
               องค์การแบตเตอรี่ ได้ยุบเลิกตามพระราชกฤษฎีกายุบเลิกองค์การแบตเตอรี่ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
                   เพื่อให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง จึงมอบให้กระทรวงกลาโหม และสำนักงาน ก.พ.ร. รับไปพิจารณาหารือร่วมกันเกี่ยวกับแนวทางในการจัดตั้งโรงงานแบตเตอรี่ทหาร ให้มีการผลิตแบตเตอรี่ต่อไป โดยปรับใช้หน่วยงานที่มีอยู่เดิมเป็นฝ่ายบริหารและใช้เงินทุนหมุนเวียนที่ได้รับอนุมัติจาก
สำนักงบประมาณแล้ว โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ให้กระทรวงกลาโหมดำเนินการให้มีการผลิตแบตเตอรี่ แต่ไม่ต้องจัดตั้งเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยใช้บุคลากรที่มีอยู่เดิมในหน่วย และให้มีการจ้างลูกจ้าง ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมจึงดำเนินการปรับโครงสร้างหน่วยโดยให้โรงงานดังกล่าวเป็นโรงงานแบตเตอรี่ทหาร ขึ้นอยู่กับกองโรงงานอุตสาหกรรม กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร  ตั้งแต่ ๓ ม.ค.๕๑ เป็นต้นมา